แบบทดสอบก่อนเรียน บทที่ 1
1.ชนิดของสัญญาณทางอิเล็กทรอนิกส์สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท คือ
ก. สัญญาณอะนาล็อก, สัญญาณดิจิตอล
ข. สัญญาณอะนาล็อก, สัญญาณเสียง
ค. สัญญาณดิจิตอล, สัญญาณเสียง
ง. สัญญาณเสียง, สัญญาณไฮบริดจ์
2.สถานีรับส่งข้อมูลหรือตัวรับข้อมูลเราเรียกว่าสถานีใด
ก. สถานีทุติยภูมิ
ข.สถานีปฐมภูมิ
ข.สถานีปฐมภูมิ
ค. สถานีมัธยม
ง. สถานีเชื่อมต่อ
3.การส่งข้อมูลแบบอนุกรมมีความเร็วในการส่งข้อมูลประมาณเท่าใด
ก. 30-120 บิตต่อนาที
ข. 31,200 บิตต่อนาที
ค. 31,200 บิตต่อนาที
ง. 312,000 บิตต่อนาที
4.ข้อใดไม่ใช่องค์ประกอบพื้นฐานของการสื่อสารข้อมูล
ก.แหล่งกำเนิด
ข.พาหะนำสัญญาณ
ค.ตัวรับข้อมูล
ง. ปรโตคอล
5.RNZ ย่อมาจากคำว่าอะไร
ก. No Return to Zero
ข. Non Return to Zero
ค. No Recive to Zero
ง. Non Recive to Zero
6. การสื่อสารข้อมูลคือ
ก. การแลกเปลี่ยนสิ่งของกัน
ข. การเชื่อมโยงการสื่อสาร
ค. การส่งข้อมูลจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง
ง. ถูกทุกข้อ
7. การสื่อสารหมายถึง
ก. การเชื่อมโยงการสื่อสาร
ข. การติดต่อเพื่อรับ-ส่งข่าวสารซึ่งกันและกัน
ค. การแลกเปลี่ยนสิ่งของกัน
ง. ถูกทุกข้อ
8. ทิศทางการสื่อสารข้อมูลสามารถแบ่งได้เป็นกี่แบบ
ก.2 แบบ
ข.3 แบบ
ข.3 แบบ
ค.4 แบบ
ง. 5 แบบ
ง. 5 แบบ
9.รูปแบบของการสื่อสารระบบเครือข่ายสามารถแบ่งได้กี่รูปแบบ
ก.2 แบบ
ข.3 แบบ
ข.3 แบบ
ค.4 แบบ
ง. 5 แบบ
ง. 5 แบบ
10. การสื่อสารข้อมูลแบบอนุกรมสามารถแบ่งได้ออกเป็น 2 แบบ คือ
ก. แบบอะซิงโครนัส, แบบซิงโครนัส
ข. แบบอะซิงโครนัส, แบทางเดี่ยว
ค. แบบอะซิงโครนัส, แบบทางคู่
ง. แบบทางเดี่ยว, แบบทางคู่
เฉลย
ก ก ง ข ง ง ข ค ก
บทที่ 1 หลักการเบื้องต้นของการสื่อสาร
ถ้าจะกล่าวกันว่าการสื่อสารสร้างโลก จะเห็นว่าคำกล่าวนี้น่าจะเป็นจริง เพราะจะเห็นว่าในการดำรงชีวิตของมนุษย์โลกและกิจกรรมตลอดจนธุรกิจต่างๆ จะสำเร็จลงได้ด้วยดีก็ย่อมต้องมีการสื่อสารที่ดีเป็นส่วนประกอบที่สำคัญ ซึ่งการสื่อสารนั้นสามารถทำได้หลายรูปแบบ แต่ที่จะกล่าวถึงก็คือการสื่อสารข้อมูลด้วยคอมพิวเตอร์
ความหมายของการสื่อสารข้อมูล
การสื่อสารข้อมูล (Data Communication) คือ การส่งข้อมูลจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งซึ่งเรียกว่าจุดเริ่มต้น ผ่านพาหนะนำส่งข้อมูล ซึ่งเรียกว่าตัวกลาง เพื่อจะให้ข้อมูลนั้นสามารถไปยังจุดหมายปลายทาง ซึ่งเรียกว่าผู้รับ
พื้นฐานของการสื่อสารข้อมูล
การสื่อสารข้อมูลต้องมีองค์ประกอบ 3 ส่วนคือ
1. แหล่งกำเนิด (Source) คือตังส่งข้อมูล เช่น ครื่องคอมพิวเตอร์2. พาหนะนำสัญญาณ หรือตัวกลาง (Medium) เช่นสายโทรศัพท์ สายเคเบิ้ล คลื่นวิทยุ เป็นต้น
3. ตัวรับข้อมูล (Snik) เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ หรือ เทอร์มินัล
|
แสดงองค์ประกอบพื้นฐานของการสื่อสาร
ความรู้พื้นฐานของการสื่อสารข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์
การสื่อสารข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ คือ การแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างต้นทางและปลายทางโดยใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเชื่อมต่อกันอยู่ด้วยสื่อกลางชนิดใดชนิดหนึ่ง
ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ คือ ระบบเชื่อมโยงระหว่างคอมพิวเตอร์ตั้งแต่ 2 ตัวขึ้นไป เพื่อให้สามารถติดต่อสื่อสารแลกเปลี่ยนข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ระหว่างกันได้
สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท คือ
1. สัญญาณอะนาล็อก (Analog Signal) หมายถึง สัญญาณที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลแบบต่อเนื่องที่มีขนาดไม่คงที่ มีลักษณะเป็นเส้นโค้งต่อเนื่องกันไป โดยการส่งสัญญาณแบบอะนาล็อกจะถูกรบกวนให้มีการแปลความหมายผิดพลาดได้ง่าย เช่น สัญญาณเสียงในสายโทรศัพท์ เป็นต้น
2.สัญญาณดิจิตอล (Digital Signal) หมายถึง สัญญาณที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลแบบไม่ต่อเนื่อง ที่มีขนาแน่นอน
ซึ่งขนาดดังกล่าวอาจกระโดดไปมาระหว่างคำสองคำ คือ สัญญาณระดับสูงสุดและสัญญาณระดับต่ำสุด ซึ่งสัญญาณดิจิตอลนี้เป็นสัญญาณที่คอมพิวเตอร์ใช้ในการทำงานและติดต่อสื่อสารกัน
สามารถแบ่งทิศทางการสื่อสารข้อมูลได้เป็น 3 แบบ คือ
1.การสื่อสารข้อมูลแบบทิศทางเดียว(Simplex) ข้อมูลจะถูกส่งออกจากทิศทางหนึ่งไปยังอีกทิศทางหนึ่ง โดยไม่สามารถส่งย้อนกลับมาได้ เช่น ระบบวิทยุ หรือโทรทัศน์
2.การสื่อสารข้อมูลแบบกึ่งสองทิศทาง (Half Duplex) ข้อมูลจะถูกส่งออกจากทิศทางหนึ่งไปยังอีกทิศทางหนึ่ง ข้อมูลสามารถส่งสลับกันไปมาได้ทั้งสองทิศทาง โดยวิธีการต้องผลัดกันส่งครั้งละทิศทางเท่านั้น เช่น วิทยุสื่อสารแบบผลัดกันพูด
3.การสื่อสารข้อมูลแบบสองทิศทาง (Full Duplex) ข้อมูลจะถูกส่งออกจากทิศทางหนึ่งไปยังอีกทิศทางหนึ่ง ข้อมูลสามารถส่งพร้อมกันได้ทั้งสองทิศทางอย่างอิสระ สามารถโต้ตอบกันได้ เช่น ระบบโทรศัพท์
พื้นฐานของการเชื่อมโยงระหว่าง 2 ตำแหน่ง มีอุปกรณ์ 2 ชุด ทางซ้ายมือเป็นสถานีควบคุมระบบ ซึ่งเรียกว่า สถานีปฐมภูมิ (Remote) ข้อมูลจะถูกส่งออกไปยัง สถานีทุติยภูมิ (Secondary) หรืออุปกรณ์ทางไกล (Remote) ซึ่งเป็นที่สิ้นสุดของระบบ โดยเชื่อมโยง (Link) การสื่อสารซึ่งปกติจะอยู่ในรูปแบบของการต่อแบบขนานจากอุปกรณ์อย่างหนึ่งหรือมากกว่าขึ้นไป ชุดอุปกรณ์เหล่านี้ส่วนใหญ่จะประกอบไปด้วยคอมพิวเตอร์ เครื่องพิมพ์ (Printer) แป้นพิมพ์ (Keyboard) เครื่องแฟกซ์ (Facsimile : FAX ) และส่วนแสดงผลข้อมูล (Display Termanal) ข่าวสารเล่านี้จะถูกเปลี่ยนจากรูปแบบเดิมให้อยู่ในรูปแบบดิจิตอล โดยอุปกรณ์ดังกล่าวจะได้รับข้อมูลที่ส่งมาในรูปแบบข้อมูลแบบขนานเข้าสู่ระบบ ซึ่งข้อมูลขนาน (Parallel Data) คือกลุ่มของดิจิตอลบิต (Digital Bit) ซึ่งพร้อมที่จะนำมาใช้ได้ในเวลาเดียวกัน แต่ละบิตใช้สื่อสารแต่ละเส้นทางของตนเองจึงทำให้ส่งข้อมูลได้หลายๆ บิตในเวลาเดียวกัน แต่การที่จะต้องใช้เส้นทางข้อมูลหลายๆ เส้นทางทำได้ลำบากและเสียค่าใช้จ่ายสูงเมื่อต้องการส่งระยะทางไกลๆ ดังนั้น การส่งข้อมูลไปตามเส้นทางข้อมูลเดียวระหว่าง 2 สถานีเป็นที่นิยมใช้กันมากกว่า การกระทำเช่นนี้ใช้ได้เมื่อเราใช้ข้อมูลแบบขนาน จากนั้นก็เปลี่ยนข้อมูลให้อยู่ในรูปแบบอนุกรม (Serial) ซึ่งเป็นข้อมูลของแต่ละบิตต่อเนื่องกัน แม้วิธีนี้จะส่งข้อมูลได้ช้ากว่าแต่ก็ใช้เส้นทางข้อมูลเพียงเส้นทางเดียวในการเคลื่อนย้ายข้อมูล
การส่งข้อมูลภายในระบบการสื่อสารจากแหล่งต้นกำเนิดไปปลายทางสามารถรับส่งข้อมูลผ่านสารการสื่อสารสามารถทำได้ 2 วิธี คือ
แบบประเมินผลการเรียนรู้หน่วยที่ 1
ข. การติดต่อเพื่อรับ-ส่งข่าวสารซึ่งกันและกัน
ค. การแลกเปลี่ยนสิ่งของกัน
ง. ถูกทุกข้อ
2. การสื่อสารข้อมูลคือ
ก. การแลกเปลี่ยนสิ่งของกัน
ข. การเชื่อมโยงการสื่อสาร
ค. การส่งข้อมูลจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง
ง. ถูกทุกข้อ
ค. สัญญาณดิจิตอล, สัญญาณเสียง
ง. สัญญาณเสียง, สัญญาณไฮบริดจ์
ค. 3,000 – 1,200 บิตต่อนาที
ง. 30,000 – 12,000 บิตต่อนาที
7. สถานีรับส่งข้อมูลหรือตัวรับข้อมูลเราเรียกว่าสถานีใด
ค.แบบอะซิงโครนัส, แบบทางคู่
ง. แบบทางเดี่ยว, แบบทางคู่
ง. Non Recive to Zero
การสื่อสารข้อมูลแบบอนุกรมและแบบขนาน
การส่งข้อมูลภายในระบบการสื่อสารจากแหล่งต้นกำเนิดไปปลายทางสามารถรับส่งข้อมูลผ่านสารการสื่อสารสามารถทำได้ 2 วิธี คือ
1.กรณีการส่งข้อมูลแบบอนุกรม แต่ละบิตของข้อมูลถูกส่งไปใยช่องทางการสื่อสาร 1 ช่องและครั้งละ 1 บิต เรียงลำดับกันไป ความผิดพลาดเกิดขึ้นน้อย จึงสามารถส่งข้อมูลไปได้ในระยะทางไกลๆ และลำดับการรับข้อมูลจะตรงกับลำดับการส่ง ค่าใช้จ่ายในการส่งข้อมูลจะราคาถูกกว่าแบบขนาน เพราะใช้ช่องทางการสื่อสารเพียงช่องเดียว ความเร็วในการส่งข้อมูลประมาณ 300-1,200 บิตต่อวินาที
2.กรณีการส่งข้อมูลแบบขนาน ทุกบิตของข้อมูลจะถูกแบบส่งตามช่องทางการสื่อสารในเวลาเดียวกัน เมื่อเทียบทั้ง 2 วิธีพบว่า การส่งข้อมูลแบบขนาน เนื่องจากการส่งข้อมูลแบบขนานต้องใช้สายนำข้อมูลจำนวนมาก และยังต้องมีความเร็วในการส่งสูงกว่าด้วยเพราะทุกบิตส่งข้อมูลในเวลาเดียวกัน การส่งข้อมูลแบบขนานมีความเร็วสูงกว่า 9,600 บิตต่อวินาที มีผลทำให้การใช้งานการส่งข้อมูลแบบขนานเหมาะสำหรับเครื่องรับติดตั้งใกล้เครื่องส่ง ข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์จะมีความยาว 8 บิต หรือ 16 บิต ต่อ 1 คำ ดังนั้นจ้องมีสายให้พอกับจำนวนบิตที่ต้องการส่งออกไปพร้อมกัน เช่น ข้อมูล 8 บิต ก็ต้องมีสายส่ง 8 เส้น เป็นต้น
ความหมายของคำที่ใช้ในการสื่อสาร
เมื่อกล่าวถึงระบบที่ใช้ในการสื่อสาร จะมีคำที่เกี่ยวข้องซึ่งมักจะใช้สับสนกันคือ
1. โทรคมนาคม หรือการสื่อสารทางไกลเป็นการส่งสัญญาณการสื่อสารอิเล็กทรอนิกส์ของข่าวสารอิเล็กทรอนิกส์ชนิดใดก็ได้ ดังนั้น จึงความหมายในรูปแบบของการสื่อสารทางโทรศัพท์ การส่งสัญญาณโทรทัศน์ อิเล็กทรอนิกส์ การส่งสัญญาณโทรศัพท์ โดยผ่านดาวเทียม
2. การสื่อสารข้อมูล เป็นการส่งสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์ในรูปของข้อมูลเท่านั้นคำว่า Data Communicationจะมีความหมายใกล้เคียงกับคำเหล่านี้ปกติจะหมายถึงการส่งข้อมูลโดยใช้คอมพิวเตอร์ แต่ความหมายจริงๆ แล้วคำนี้จะหมายถึงการส่งข้อมูลทางโทรเลข และการส่งสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ
รูปแบบของระบบสื่อสาร
การสื่อสารระบบเครือข่าย หรือระบบหลายจุดใช้ช่องทางสื่อสารช่องทางเดียว สามารถจำแนกโครงสร้างภายนอกตามสภาพที่ตั้งของโครงข่าย ของสถานีได้4 รูปแบบคือ
1. แบบบัส เป็นแบบสถานีทุติยภูมิ ทุกสถานีใช้ส่งที่เชื่อมกับสถานี ปฐมภูมิร่วมกัน
2. แบบดาว หรือจุดกลางรวมกันเป็นที่มีสถานีปฐมภูมิอยู่ตรงกลาง
3. แบบแหวน โครงสร้างแบบนี้ทำงานได้โดยไม่มีสถานีปฐมภูมิหรือสถานีแม่ข้อความจะถูกส่งไปตามวงแหวนในทิศทางเดียวกัน
4. แบบผสม เป็นการผสมผสานกันรูปแบบโครงข่ายทั้ง 3 ที่กล่าวมา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสื่อสารข้อมูล
ลักษณะข้อมูลแบบดิจิตอล
บิต (Bit)
เป็นหน่อยข้อมูลดิจิตอลที่เล็กที่สุด ใช้ระบบคอมพิวเตอร์แบบดิจิตอลและทฤษฎีข้อมูลข้อมูลของบิตมีสถานะที่เป็นไปได้ 2 สถานะคือ
บิต 0 (ปิด)
บิต 1 (เปิด)
เคลาด์อีแชนนอน เริ่มใช้คำว่า บิต ในงานเขียนของเขาในปี พ.ศ.2491 โดยย่อจากคำเต็ม
ไบต์ (Byte)
เป็นกลุ่มของบิตซึ่งเดิมมีหลายขนาน แต่ปัจจุบัน มักเท่ากับ 8 บิต ไบต์ขนาน 8 บิต ไบต์ขนานบิตมีชื่อเรียกว่า ออกเท็ต สามารถ เก็บค่าได้
เวิร์ด (Word)
เป็นมาตรฐานตายตัว บนเครื่องคอมพิวเตอร์สถาปัตยกรรม TA -32 จำนวน16 บิตจะเรียกว่าเวิร์ดในขณะที่32 บิตเรียกว่าดับเบิลเวิร์ด ในขณะที่สถาปัตยกรรมอื่นๆหนึ่งเวิร์ดมีค่าเท่ากับ 32 บิต 64บิตหรือค่าอื่นๆ
ในระบบโทรคมนาคม หรือเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ความเร็วในการส่งนิยมใช้หน่วยในรูปของบิตต่อวินาทีบิตเป็นหน่วยวัดข้อมูลเล็กที่สุดที่ใช้กันทั่วไป
หน่วยนับ
1กิโลบิต (Kb) =1,000 บิต หรือ 1,024 บิต
1เมกะบิต (Mb) =1,000กิโลบิต หรือ 1,024 บิต
1จิกะบิต (Gb) =1,000เมกะบิต หรือ 1,024 บิต
1เทราบิ (Tb) =1,000 จิกะบิต หรือ 1,024 บิต
แบบประเมินผลการเรียนรู้หน่วยที่ 1
1. การสื่อสารหมายถึง
ก. การเชื่อมโยงการสื่อสาร ข. การติดต่อเพื่อรับ-ส่งข่าวสารซึ่งกันและกัน
ค. การแลกเปลี่ยนสิ่งของกัน
ง. ถูกทุกข้อ
2. การสื่อสารข้อมูลคือ
ก. การแลกเปลี่ยนสิ่งของกัน
ข. การเชื่อมโยงการสื่อสาร
ค. การส่งข้อมูลจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง
ง. ถูกทุกข้อ
3. ข้อใดไม่ใช่องค์ประกอบพื้นฐานของการสื่อสารข้อมูล
ก. แหล่งกำเนิด
ข. พาหะนำสัญญาณ
ค. ตัวรับข้อมูล
ง. โปรโตคอล
4.ชนิดของสัญญาณทางอิเล็กทรอนิกส์สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท คือ
ก. สัญญาณอะนาล็อก, สัญญาณดิจิตอล
ข. สัญญาณอะนาล็อก, สัญญาณเสียงค. สัญญาณดิจิตอล, สัญญาณเสียง
ง. สัญญาณเสียง, สัญญาณไฮบริดจ์
5. ทิศทางการสื่อสารข้อมูลสามารถแบ่งได้เป็นกี่แบบ
ก. 2 แบบ ข. 3 แบบ
ค. 4 แบบ
ง. 5 แบบ
6.การส่งข้อมูลแบบอนุกรมมีความเร็วในการส่งข้อมูลประมาณเท่าใด
ก. 30 - 120 บิตต่อนาที
ข. 300 – 1,200 บิตต่อนาทีค. 3,000 – 1,200 บิตต่อนาที
ง. 30,000 – 12,000 บิตต่อนาที
7. สถานีรับส่งข้อมูลหรือตัวรับข้อมูลเราเรียกว่าสถานีใด
ก. สถานีทุติยภูมิ
ข.สถานีปฐมภูมิ
ค. สถานีมัธยม
ง. สถานีเชื่อมต่อ
8. รูปแบบของการสื่อสารระบบเครือข่ายสามารถแบ่งได้กี่รูปแบบ
ก. 2 แบบ
ข. 3 แบบ
ค. 4 แบบ
ง. 5 แบบ
9. การสื่อสารข้อมูลแบบอนุกรมสามารถแบ่งได้ออกเป็น 2 แบบ คือ
ก. แบบอะซิงโครนัส, แบบซิงโครนัส
ข. แบบอะซิงโครนัส, แบทางเดี่ยวค.แบบอะซิงโครนัส, แบบทางคู่
ง. แบบทางเดี่ยว, แบบทางคู่
10. RNZ ย่อมาจากคำว่าอะไร
ก. No Return to Zero
ข. Non Return to Zero
ค. No Recive to Zero ง. Non Recive to Zero
เฉลย
1. ง
2. ง
3. ง
4. ก
5. ข
6. ข
7. ก
8. ค
9. ก
10. ข
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น